Hot line  
     02-9423250-3

     081-3527273
 





 
 
 









 









     
     



 
     
TOP OF EUROPE  อิตาลี –สวิส –ฝรั่งเศส 9 วัน (EK) (มิลาน-จุฟราวน์+TGV)  

รายละเอียดการเดินทาง    
                             
วันแรก กรุงเทพฯ –โดฮาร์-โรม(อิตาลี)
18.30 น. คณะผู้เดินทางพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ  ชั้น 4 ประตูผู้โดยสารขาออกหมายเลข  เคาน์เตอร์ Tสายการบิน เอมิเรตส์ (EK) เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและบัตรที่นั่ง 
21.05 น. เดินทางสู่ประเทศกรุงโรม โดยสารการบิน EMIRATES เที่ยวบินที่ EK373 // EK99 

วันที่ 2 กรุงโรม–ชมเมือง–นครวาติกัน-มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์–โคลอสเซี่ยม-น้ำพุเทรวี่–บันไดสเปน-ปิซ่า

07.25 น. เดินทางถึง สนามบินลีโอนาร์โด ดาร์วินชี่ (ฟิอุมมาชิโน) หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว
(แวะเปลี่ยนเครื่อง ณ นครดูไบ ประเทศสาธารรัฐอาหรับเอมิเรตส์)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน นำคณะเดินทางโดยรถโค้ชสู่ นครวาติกัน รัฐอิสระที่ปกครองตนเอง เป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ชมความงดงามตระการตาของ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ สถาปัตยกรรมล้ำค่าที่สุดแห่งหนึ่งของโลกซึ่งตกแต่งอย่างโอ่อ่าหรูหรา ชมรูปปั้นแกะสลัก “เพียต้า” ผลงานของศิลปินเอก ไมเคิลแองเจโล เสาพลับพลาที่ออกแบบโดย เบอร์นินี และยอดโดมขนาดใหญ่ซึ่งปัจจุบันเป็นสิ่งล้ำค่าคู่บ้านคู่เมืองของอิตาลี 
(กางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้นและรองเท้าแตะไม่หุ้มส้น ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าชมภายในวิหารได้ และทางสำนักวาติกันจะไม่อนุญาตให้เข้าชม หากวันดังกล่าวมีการประกอบพิธีทางศาสนา หรือกรณีที่มีคิวต่อแถวในการเข้าชมยาว เพื่อไม่ให้เป็นผลกระทบกับรายการท่องเที่ยวอื่นๆในโปรแกรมทัวร์) 
จากนั้นคณะแวะถ่ายรูปที่ระลึกด้านหน้า สนามกีฬาโคลอสเซียม โบราณสถานเก่าแก่ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก 
เคยเป็นสนามกีฬายักษ์ที่สามารถจุคนได้กว่า 50,000 คน และ 
ประตูชัยคอนสแตนติน สัญลักษณ์แห่งชัยชนะและที่มาของ “ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม”  
จากนั้นชมร่องรอยของศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ โรมัน ฟอรั่ม, จัตุรัสเวเนเซีย, ระเบียงปาลาสโซ 
สถานที่ใช้กล่าวสุนทรพจน์ของมุสโสลินีในโอกาสต่างๆ ชม อนุสาวรีย์พระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอ็ลที่ 2 ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพระบิดาของชาวอิตาลี จากนั้นนำคณะชม น้ำพุเทรวี่ จุดกำเนิดของเสียงเพลง “ทรีคอยน์ออฟเดอร์ฟาวด์เท่น” ที่โด่งดัง ชมความสวยงามของงานประติมากรรมหินอ่อนแบบบาร็อค ซึ่งเป็นเรื่องราวของเทพมหาสมุทร ตามตำนานกล่าวไว้ว่าหากใครได้มาถึงน้ำพุแห่งนี้แล้วโยนเหรียญอธิษฐานทิ้งไว้จะได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้งหนึ่ง อิสระให้ท่านเดินเล่นหรือเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ที่ย่าน “บันไดสเปน” แหล่งพักผ่อนของชาวอิตาลีซึ่งเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองปิซ่า

นำท่านสู่ที่พัก ณ  HOTEL GALILEI หรือระดับเทียบเท่า

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง 

วันที่ 3 เมืองปิซ่า–หอเอนปิซ่า-เวนิส-ล่องเรือกอนโดล่า

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเข้าสู่ จัตุรัสแคมโป สถานที่ตั้งของ หอเอนปิซ่า สิ่งมหัศจรรย์หนึ่งในเจ็ดของโลก สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1174 เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสูง 181 ฟุต หอเอนนี้มีความสูง 55เมตรจากพื้นมีน้ำหนักประมาณ 14,500ตัน มีบันไดขึ้น 296ขั้น สร้างเสร็จเมื่อปี 1350 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่การก่อสร้างหยุดชะงักเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 เนื่องจากพื้นใต้ดินเป็นพื้นดินที่นิ่ม ทำให้ยุบตัว ต่อมาในปี ค.ศ.1272 โดย Giovanni di Simone สร้างให้เอนกลับไปอีกด้านหนึ่งเพื่อให้สมดุล แต่การก่อสร้างในครั้งนี้ ก็ต้องหยุดชะงักลงอีกครั้งเนื่องจากเกิดสงคราม ต่อมาก็มีการสร้างหอต่อขึ้นอีกและสร้างเสร็จ 7 ชั้น ในปี ค.ศ.1319 แต่หอระฆังถูกสร้างเสร็จในปี ค.ศ.1372 โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมด 177 ปีสถาปัตยกรรมที่งดงามซึ่งในอดีตเคยเป็นสถานที่ที่นักวิทยาศาสตร์เอกของโลก ศาสตราจารย์กาลิ เลโอ ได้ค้นพบทฤษฎีเรื่องแรงโน้มถ่วงของโลก อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปตามอัธยาศัยและช้อปปิ้งของที่ระลึกต่างๆมากมาย 
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
บ่าย นำท่านเดินทางจากเมืองปิซ่า สู่ เมืองเมสเตร้  (ใช้เวลาเดินทาง 2.40 ชม.) เดินทางสู่ เกาะเวนิส เมืองท่อง
เที่ยวที่ได้รับการกล่าวขานว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก “เมืองที่ใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนน” มีเกาะเล็กใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมมากกว่า 400 แห่ง เดินทางสู่ เกาะซานมาร์โค 

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง สปาเก๊ตตี้ ศูนย์กลางของนครเวนิสระหว่างทางท่าจะได้ชมอนุสาวรีย์ของพระเจ้าวิคเตอร์เอมานูเอลที่ 2 บิดาของชาวอิตาเลี่ยน 

ให้ท่านได้ถ่ายภาพคู่กับสะพานถอนหายใจ ที่เชื่อมต่อระหว่าง “Doge Palace” ซึ่งเคยเป็นที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครเวนิซในอดีต อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการปกครองแคว้นในยุคสมัยนั้นอีกด้วย ชม จัตุรัสเซนต์มาร์คโค ที่มีโบสถ์เซนต์มาร์คเป็นฉากหลัง สร้างด้วยสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์ อิสระเลือกช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองของเวนิสตามอัธยาศัย อาทิ เครื่องแก้วมูราโน่ ต้นตำรับของการเป่าแก้วของชาวมูราโน่ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะมาตั้งแต่บรรพชน โดยเครื่องแก้วแต่ละชิ้นมีรูปแบบ และคุณภาพเป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก  แถมพิเศษ!!!! ล่องเรือกอนโดล่า ชมวิวบรรยากาศของเวนิส ซึ่งว่ากันว่าหากมาเวนิส แล้วไม่ได้ล่องเรือกอนโดล่าก็เหมือนว่ามาไม่ถึงเวนิส รายการแถมพิเศษนี้อาจมีความจำเป็นที่จะต้องงดการล่องเรืออันเนื่องมาจากสภาพลม ฟ้า อากาศ ไม่เอื้ออำนวยหรือเป็นช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆบนเกาะเวนิส บริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการแถมล่องเรือกอนโดล่า สำหรับท่านที่ไม่ล่องเรือให้ท่านเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางกลับเมือง เมสเตร้

นำท่านสู่ที่พัก ณ  DELFINO VENICE MESTRE HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

วันที่4 เมสเตร้–มิลาน-มหาวิหารดูโอโม-อินเทอร์ลาเค่น

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม 

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน 

นำคณะออกเดินทางจากเมสเตร้ สู่ มิลาน  

เป็นเมืองหลวงของแคว้นลอมบาร์เดีย และเป็นเมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี มิลานเมืองที่มีชื่อเสียงด้านแฟชั่นและศิลปะ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตรถยนต์อัลฟา โรมีโอ นำท่านถ่ายรูปด้านนอกมหาวิหารแห่งเมืองมิลานหรือดูโอโมอันมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวในศิลปะแบบโกธิค ใช้เวลาสร้างนานกว่า 500 ปี ชมอาคารแกลเลอเรียวิตตอริโอเอ็มมานูเอลที่สอง ที่เป็นอาคารศูนย์การค้าทรงโบราณ ตั้งชื่อตามพระนามกษัตริย์ที่ทรงรวบรวมอาณาจักรต่างๆ ในอิตาลีให้เป็นประเทศอิตาลีทุกวันนี้ และรอบๆ ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งของเมืองจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองอินเทอร์ลาเค่น เมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอร์ลันด์ เป็นเมืองที่อยู่ตอนกลางของสวิตเซอร์แลนด์ โดยด้านตะวันตกและตะวันออกของเมืองโอบล้อมด้วยทะเลสาบสองแห่งคือ ทะเลสาบเบรียนซ์ (Brienzersee) และทะเลสาบทูน (Thunersee) ท่ามกลางเทือกเขาน้อยใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านจะได้เห็นเขายูงเฟราวน์อันลือชื่อ , สถานคาสิโน ฯลฯ

นำท่านสู่ที่พัก ณ  CITY OBERLAND หรือระดับเทียบเท่า

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง เมนูฟองดูว์สวิต 

วันที่ 5 อินเทอร์ลาเค่น–ยอดเขายูงเฟราวน์–ลูเซิร์น–ช้อปปิ้ง

เช้า
  บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม 

จากนั้นนำคณะเดินทางสู่หมู่บ้านกรินเดอวาลด์ นำคณะนั่งรถไฟโรแมนติกท่องเที่ยวธรรมชาติของ ภูเขาสูง เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารบนยอดเขา ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน ชมวิวทิวทัศน์อันงดงามของสวิสแล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสายภูเขาที่เมืองไคลน์ชีเด็ก ขึ้นพิชิตยอดเขายูง-เฟราวน์ที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุต ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น TOP OF EUROPE ระหว่างเส้นทางนำท่านสู่ยอดเขา และชมถ้ำน้ำแข็งที่มีอายุกว่าพันปี ชมกลาเซียหรือธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ สนุกสนานกับการเล่นหิมะในลานกว้าง Sphinx จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป มองเห็นได้กว้างไกลที่สุด ณ จุด 3,571 เมตร  ชมถ้ำน้ำแข็งที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็ง 30 เมตร สัมผัสกับภาพของธารน้ำแข็ง Aletsch ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ยาวถึง 22 ก.ม. และหนา 700 เมตรโดยไม่เคยละลาย อิสระให้ท่านได้สนุกสนานและเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนยอดเขายูงเฟราวน์ และไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดยที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป จากนั้นนำคณะออกเดินทาง สู่ เมืองลูเซิร์น Lucerne ให้อิสระท่านเพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งที่มีร้านตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาชื่อดัง เช่น บุคเคอเรอร์, กือเบอลิน, เอ็มบาสซี่ 
ร้านขายของที่ระลึกร้านช็อคโกแล็ต และช้อปปิ้งสินค้าชั้นดีที่มีชื่อเสียงตามอัธยาศัย

นำท่านสู่ที่พัก ณ  IBIS STYLES LUZERN CITY  HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 

**หมายเหตุ** โรงแรมที่เมืองลูเซิร์น เป็นเมืองที่มีการจัดการประชุม สัมมนา หรือจัดกิจกรรมสำคัญของประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปอยู่บ่อยครั้งและห้องพักมักจะเต็มตลอดถ้ามีช่วงกิจกรรมดังกล่าวหากที่พักในเมืองลูเซิร์นเต็ม ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนที่พักไปที่เมืองใกล้เคียงแทน

วันที่ 6  ลูเซิร์น –อนุสาวรีย์สิงโตโศกสลด – สะพานไม้คาเปล - ดิจอง 

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางนำคณะชมทะเลสาบลูเซิร์น ซึ่งเป็นทะเลสาบสวยงามตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา มองไปทางไหนก็จะเห็นภูเขาโอบล้อม ทัศนียภาพบริเวณรอบๆทะเลสาบลูเซิร์น เป็นอาคารบ้านเรือนแบบสมัยใหม่ มีถนนเลียบไปตามเนินเขาตลอดระยะทาง ริมทะเลสาบจัดเป็นสวนสาธารณะ มีดอกไม้นานาพรรณออกดอกบานสะพรั่ง เช่นกุหลาบและทิวลิป อากาศริมทะเลสาบเย็นสบาย เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจชาวเมือง และนักท่องเที่ยว นำคณะเข้าชมอนุสาวรีย์สิงโต ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารสวิสฯ ในด้านความกล้าหาญ ซื่อสัตย์และจงรักภักดี ที่เสียชีวิตในการอารักขาพระเจ้าหลุยส์ที่16แห่งประเทศฝรั่งเศส ระหว่างการต่อสู้ป้องกันพระราชวัง ในคราวปฏิวัติใหญ่ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ค.ศ.1792 ให้คณะได้เดินชื่นชมในความเก่าแก่ของเมือง อาคารโบราณ และสะพานไม้คาเปลอันเก่าแก่ ที่มีอายุมากกว่า 600 ปี ที่สร้างทอดตัวข้ามแม่น้ำรอยส์ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 โดยสะพานแห่งนี้ถือว่าเป็นสะพานไม้ที่มีความเก่าแก่ที่สุดของยุโรปจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองดิจอง ประเทศฝรั่งเศส ประเทศฝรั่งเศส อดีตเมืองหลวงแห่งแคว้นเบอร์กันดี  ผ่านทุ่งราบอันกว้างใหญ่แหล่งผลิตมัสตาร์ดชื่อดัง อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในการผลิตไวน์ชั้นเลิศอีกด้วย ผ่านชมอาคารบ้านเรือนสมัยเรอเนสซองส์ โบสถ์และวิหารเก่าแก่ในสมัยยุคกลาง ซึ่งมีจุดเด่นคือ การมุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีแดงสด จัดเรียงเป็นลวดลายงดงาม

เที่ยง รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคารอาหารจีน
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองดิจอง ประเทศฝรั่งเศส ประเทศฝรั่งเศส อดีตเมืองหลวงแห่งแคว้นเบอร์กันดี  
ผ่านทุ่งราบอันกว้างใหญ่แหล่งผลิตมัสตาร์ดชื่อดัง อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในการผลิตไวน์ชั้นเลิศอีกด้วย 
ผ่านชมอาคารบ้านเรือนสมัยเรอเนสซองส์ โบสถ์และวิหารเก่าแก่ในสมัยยุคกลาง ซึ่งมีจุดเด่นคือ 
การมุงหลังคาด้วยกระเบื้องสีแดงสด จัดเรียงเป็นลวดลายงดงาม

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง 

นำท่านสู่ที่พัก ณ  NOVOTEL DIJON SUD  HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 

วันที่ 7 ดิจอง–นั่ง TGV สู่มหานครปารีส–เข้าชมพระราชวังแวร์ซายส์-ช้อปปิ้ง Duty ห้างลาฟาแยต–ล่องเรือแม่น้ำแซน 

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นำท่านนั่งTGV รถไฟความเร็วสูง สู่มหานครปารีส  

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

จากนั้นนำคณะชม พระราชวังแวร์ซายส์ (มีไกด์ท้องถิ่นบรรยายด้านใน) สิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลก สัมผัสความยิ่งใหญ่อลังการของพระราชวังที่ ได้รับการยกย่องว่าใหญ่โตมโหฬารและสวยงามที่สุดในโลก ซึ่งได้รับการตกแต่งไว้อย่างหรูหราวิจิตรบรรจง ชมความ งดงามของห้องต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตกแต่งประดับประดาด้วยภาพเขียนต่างๆและเฟอร์นิเจอร์ชั้นดี อาทิเช่น ห้องอพอลโล, ห้องนโปเลียน, ห้องบรรทมของราชินี, ห้องโถงกระจกท้องพระโรง, ห้องสงคราม และห้องสันติภาพ ฯลฯ ซึ่งรวบรวมเรื่องราวและความเป็นมาในอดีตอันยิ่งใหญ่ของพระราชวังแห่งนี้  จากนั้นนำท่านช้อปปิ้งย่านถนน เรอ เดอ ฮัสมัน ร้านค้าปลอดภาษี , ห้างแกลลอรี่ราฟาแยส , ห้างแพลงตอง อาทิเช่นเครื่องสำอางค์,น้ำหอม, เครื่องประดับ, กระเป๋าหนังและเครื่องหนังอื่นๆ มากมาย รวมทั้งเสื้อผ้าแบรนด์เนมจากฝรั่งเศส จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ เพื่อล่องเรือชมสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองริมสองฝั่งแม่น้ำแซน ผ่านชมโบสถ์นอร์ทเทรอดาม สร้างด้วยศิลปะแบบโกธิคที่ประดับตกแต่งด้วยกระจกสีอย่างงดงาม ซึ่งในอดีตเคยใช้เป็นสถานที่สำหรับพิธีราชาภิเษกนโปเลียนขึ้นครองราชย์ มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี ผ่านชมความงดงามของโบราณสถานและอาคารเก่าแก่ สร้างขึ้นตามสไตล์ของศิลปะเรอเนสซองส์ ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ดูแลเป็นอย่างดี ตลอดทางท่านจะได้ความประทับใจกับความสวยงามของทัศนียภาพที่ร่วมกันสรรสร้างให้นครปารีส ชื่อว่าเป็นนครที่มีความงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก 

(ในกรณีที่น้ำในแม่น้ำแซนขึ้นสูงกว่าปกติหรือมีเหตุการณ์สุดวิสัย เช่น การนัดหยุดงาน เป็นต้น รายการล่องแม่น้ำแซนอาจจะไม่สามารถดำเนินการได้) 

ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง เมนูพิเศษ หอยเอสคาร์โก้+สเต๊ก+ไวน์ นำท่านสู่ที่พัก ณ MERCURE PARIS VELIZY HOTEL หรือระดับเทียบเท่า  

วันที่ 8 เข้าชมพิพิธภัณฑ์ลูฟว์–โบสถ์นอร์ทเทรอดาม-ขึ้นหอไอเฟล ชั้นที่2-ประตูชัย–ถนนชองเซลิเซ่-สนามบิน

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
นำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ (Louvre Museum) (มีไกด์บรรยายด้านใน) พิพิธภัณฑ์ทางศิลปะที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตัวอาคารเดิมเคยเป็นพระราชวังหลวง แต่ปัจจุบันเป็นสถานที่ที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น ภาพเขียนโมนาลิซา ผลงานอันโด่งดังของลีโอนาร์โด ดาวินชี โดยบริเวณลานด้านหน้า มีปิระมิดที่สร้างขึ้นจากกระจกและโลหะ ทำหน้าที่เป็นทางเข้าหลักของพิพิธภัณฑ์ และกลายเป็นหนึ่งในจุดสังเกตของปารีส จากนั้นนำท่านชม โบสถ์นอร์ทเทรอดาม โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีอายุกว่า 800ปี เป็นมหาวิหารสร้างด้วยศิลปะแบบโกธิคที่งดงามที่สุดในกรุงปารีส ประดับตกแต่งด้วยกระจกสีอย่างงดงาม โบสถ์นอร์ทเทรอดาม มักใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีการใหญ่ ๆ อันศักดิ์สิทธิ์และมีความสำคัญเป็นพิเศษของประเทศฝรั่งเศส

เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารไทย
นำคณะขึ้นลิฟท์สู่ชั้น 2 ของ”หอไอเฟล” เพื่อชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามรอบมหานครปารีสเป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกหอไอเฟลเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งชื่อตามสถาปนิกผู้ออกแบบ "กุสตาฟ ไอเฟล" ผู้เป็นทั้งสถาปนิกและวิศวกรชั้นนำของฝรั่งเศส จากนั้นนำคณะเข้าสู่ ถนนชองป์เซลิเซ่ ถนนแฟชั่นที่มีชื่อเสียงของปารีส ชมความยิ่งใหญ่ของ ประตูชัยฝรั่งเศส ตั้งอยู่กลางจตุรัสชาร์ลส์ เดอโกลล์ ประตูชัยแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นการสดุดีวีรชนทหารกล้าที่ได้ร่วมรบเพื่อประเทศฝรั่งเศสามนโปเลียน 

(อิสระอาหารเย็น) ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบิน 
(แวะเปลี่ยนเครื่อง ณ นครดูไบ ประเทศสาธารรัฐอาหรับเอมิเรตส์)

21.50 น.       คณะเดินทางสู่ประเทศไทย เที่ยวบินที่ EK76 // EK372    

วันที่ 9 สุวรรณภูมิ–กรุงเทพฯ

19.55 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดี
Current Pageid = 146