Hot line  
     02-9423250-3

     081-3527273
 





 
 
 









 









     
     



 
     
EAST EUROPE  5ประเทศ   เยอรมัน-เชค-สโลวัค-ฮังการี-ออสเตรีย 

รายละเอียดการเดินทาง  
         
วันแรก  กรุงเทพฯ –เวียนนา (ออสเตรีย) 
20.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์ส เคาน์เตอร์ G14-19
23.45 น. ออกเดินทางบินตรงสู่ นครเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยสายการบินออสเตรียนแอร์ไลน์ส เที่ยวบินที่ OS26

วันที่ 2  เวียนนา (ออสเตรีย)  – ฮอลสตัท –  มิวนิค
05.35 น. เดินทางถึง นครเวียนนา เมืองหลวงแสนสวยของประเทศออสเตรีย จากนั้นนำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับ สัมภาระ

นำท่านรับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ฮอลสตัท (Hallstatt)  เมืองมรดกโลกที่เก่าแก่ย้อนหลังกลับไปกว่า 4,000 ปี ช่วงที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในอดีตประมาณปี 800-400 ปี ก่อนคริสตกาล และยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นที่หลงใหลของนักเดินทางมากมาย จากนั้นนำท่านเดินเท้าเลาะริมทะเลสาบ บนถนนเลียบทะเลสาบที่เรียกว่า “ซี สตราซ” (See Strasse) ระยะทางประมาณ 300 เมตร อีกด้านมีร้านขายของที่ระลึก ที่ศิลปินพื้นบ้านออกแบบเองเป็นระยะสลับกับบ้านเรือนสไตล์อัลไพน์ที่เก่าแก่ไม่ขาดสาย บ้างอยู่ระดับพื้นดิน บ้างอยู่บนหน้าผาลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ และบ้านแต่ละหลังล้วนประดับประดาด้วยของเก่า ดอกไม้หลากสีสันสวยงามปลายสุดของ ถนนซีสตราซ ท่านจะได้ชมจัตุรัสประจำเมืองซึ่งเป็นลานหินขนาดย่อม ประดับด้วยน้ำพุกลางลาน และอาคารบ้านเรือนที่สวยงาม อิสระให้ท่านได้พักผ่อนนั่งจิบกาแฟ หรือเดินเที่ยวชมเมือง 
พิเศษ !!! แถมฟรีนั่งรถรางชมวิวยังจุดชมวิวที่ได้ชื่อว่า World Heritage View ท่านสามารถชมวิวเมืองฮอลสตัท 360องศา
(หมายเหตุ : หากเกิดเหตุสุดวิสัยต่างๆ เช่น เนื่องสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย หรือมีการปิดปรับปรุงหรืทางรถรางไม่เปิด  ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการงดให้ขึ้นชม โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าและไม่คืนค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น/)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง 
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองมิวนิค” เมืองหลวงแห่งแคว้นบาวาเรียและยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งเบียร์เยอรมัน  
มิวนิคเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ เป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจเข้มแข็งที่สุดในประเทศเยอรมนีนำท่านชมเมืองมิวนิคอดีตนครหลวงแห่ง อาณาจักรบาวาเรียที่ยิ่งใหญ่ ผ่านชมบริเวณสนามกีฬาโอลิมปิค ที่มิวนิคได้รับเกียรติให้เป็น เจ้าภาพเมื่อปี ค.ศ.1972 

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก  LEONADO HOTEL MUNICH ARABELLAPARK  หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 3
 ฟุสเซ่น–ปราสาทนอยชไวน์สไตน์–มิวนิค - จัตุรัสมาเรียน – โบสถ์หัวหอม – ศาลาว่ากลางเก่า- ช้อปปิ้ง 

เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม 
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองฟุสเซ่น” เมืองที่ตั้งอยู่ทางแคว้นบาวาเรียตอนใต้ของเยอรมนี ติดชายแดน ออสเตรีย มีความงดงามทางด้านทัศนียภาพอันเป็นที่กล่าวถึงในนามของ ป่าดำ “BLACK FOREST” ชมกับทิวทัศน์ริมสองข้างทางที่เต็มไปด้วยความเขียวขจีของขุนเขาเดินทางสู่เมืองฟุสเซ่น เมืองชนบทเล็กๆ ที่ตั้งอยู่สุดถนนสายโรแมนติก เคยมีความรุ่งเรืองในอดีตตั้งแต่ยุคโรมันที่ใช้เมืองนี้เป็นจุดแวะพักขนถ่ายสินค้าและซื้อขายเกลือมาแต่โบราณ 
นำท่านขึ้นสู่ “ปราสาทนอยชวานสไตน์” ซึ่งเป็นปราสาทตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ สร้างในสมัยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย ในช่วง ค.ศ. 1845-86 เป็นปราสาทที่งดงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก  ตัวปราสาทตั้งอยู่บนบนหินผาขนาดใหญ่ยักษ์ สูงกว่า 200 เมตร เหนือเกาะแก่งของแม่น้ำพอลลัท 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง 
เป็นปราสาทหลังใหญ่สีขาว ตั้งอยู่กลางป่าเขาลำเนาไพร ที่ซึ่งมีสีสันแปลกแปลง แตกต่างไปในแต่ละฤดูกาลได้ ปราสาทหลังนี้ เพิ่งได้รับขนานนามว่า “นอยชวานสไตน์” ก็เพียงภายหลังจากที่ กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ได้เสด็จสวรรคตแล้วในปี 1886 เที่ยวชมห้องต่างๆ อาทิ ห้องทรงงาน, ห้องบรรทม, ห้องฮอลล์ที่ใช้ในการแสดงโอเปร่าและคอนเสิร์ต แม้กระทั่งราชาการ์ตูนอย่าง “วอล์ทดิสนีย์” ยังได้จำลองแบบปราสาทแห่งนีไปเป็นปราสาทในเทพนิยาย อันเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของดิสนีย์แลนด์ (หมายเหตุ : เนื่องจากปราสาทนอ ชวานสไตน์ตั้งอยู่บนเขา ซึ่งในหน้าหนาวทำให้มีหิมะปกคลุม อาจมีการปรับเปลี่ยนรายการการขึ้น-ลง หรือการเข้าชมปราสาทเนื่องมากจากสภาพอากาศ หรือวันหยุดสำคัญต่าง ทั้งนี้หากปราสาทปิดทางบริษัทจะปรับเปลี่ยนเป็นการเข้าปราสาทอื่นแทน อาทิเช่น ปราสาทโฮเฮนชวานเกา)
นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองมิวนิค” นำท่านผ่านชมบริเวณสนามกีฬาโอลิมปิค 
ที่มิวนิคได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพเมื่อปี ค.ศ.1972 ก่อนขับรถพาชมสถานที่สำคัญๆ อาทิ  พระราชวังหลวงเรสซิเด้นท์ ฯลฯ นำท่านสู่บริเวณ “จัตุรัสมาเรียน” ย่านเมืองเก่าที่มีสถาปัตยกรรมอันเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของมิวนิคเซ่น ศาลาว่าการเก่าในรูปแบบศิลปะโกธิค, หอคอยของโบสถ์แม่พระที่มีรูปแบบคล้ายหัวหอมใหญ่ อิสระให้ทุกท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก   LEONADO HOTEL MUNICH ARABELLAPARK  หรือระดับเทียบเท่า
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง  ลิ้มรสอาหารขึ้นชื่อ ขาหมูเยอรมัน + เบียร์เยอรมัน ***

วันที่ 4    มิวนิค – ซาลสเบิร์ก-สวนมิราเบล-  เชสกี้คลุมลอฟ  (เชค)   

เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

จากนั้นนำท่านเดินทาง สู่เมือง ซาลสเบิร์ก (Salzburg) เมืองแห่งศิลปินเพลง เมืองซึ่งเป็นสถานที่ของเด็กอัจฉริยะโมสาร์ตที่เพิ่งจะฉลองครบรอบ 250 ปี ในปี 2006 ที่ผ่านมา นำท่านชมสวนมิราเบลที่งดงามซึ่งเดิมเป็น สวนในพระราชวังเดิม สวนมิราเบล 
เป็นสวนสาธารณะที่สวยที่สุดในเมืองซาลลสเบิร์ก ซึ่งเดิมทีเป็นสวนในพระราชวังเดิมถูกออกแบบโดย Johann Bernhard Fischer von Erlach สวนสร้างในรูปแบบเรขาคณิต ถูกตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้หลากสี มีรูปปั้นเทพเจ้าและน้ำพุ เป็น “สวนแบบบารอค” ที่สวยงาม เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมความงามของสวนในปี 1858 โดยพระเจ้า Franz Joseph และยังเป็นสถานที่ที่ถ่ายทำภาพยนตร์เพลงอมตะ “มนต์รักเพลงสวรรค์”   The sound of music บนถนนฝั่งขวาจะเป็นบ้านอีกหลังของคีตกวีชื่อดังก้องโลก (เทศบาลเมืองไม่อนุญาตให้นำรถบัส  นำนักท่องเที่ยวเข้าในเขตบริเวณเมืองเก่า) เดินข้าม แม่น้ำซาลสอัคช์ เพื่อเดินเล่นชมเมืองเก่าของซาลสเบิร์ก สู่จัตุรัสกลางเมืองเพื่อถ่ายรูปคู่กับอนุเสาวรีย์โมสาร์ต ชมมหาวิหารใหญ่กลางเมือง เดินเล่นบนถนนเกไตรเด้ ย่านช้อปปิ้งที่มีบ้านเกิดของโมสาร์ต ที่เพิ่งฉลอง ครบรอบ 250 ปี    เมื่อปี 2006 ตั้งอยู่บนถนนเส้นนี้ด้วยและ  ให้ท่านอิสระช้อปปิ้ง สินค้าพื้นเมืองมากมาย หรือชมเมือง ตามอัธยาศัย

ออกเดินทางสู่ “เมืองเชสกี้ คลุมลอฟ (เมืองมรดกโลก)” เป็นเมืองขนาดเล็กในภูมิภาคโบฮีเมียใต้ของสาธารณรัฐเช็ก มีชื่อเสียงจากสถาปัตยกรรม และศิลปะของเขตเมืองเก่าและปราสาทครุมลอฟ ซึ่งเขตเมืองเก่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ด้วยทำเลที่ตั้งของตัวเมืองที่มีน้ำล้อมรอบ 
ทำให้กลายเป็นปราการที่สำคัญในการป้องกันข้าศึก ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางด้านการปกครอง การพิพากษาคดีและการจัดเก็บภาษี ต่อมาในปี ค.ศ.1963 ได้รับการประกาศว่าเป็นเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์และภายหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของประเทศ ในตอนปลายปี ค.ศ.1989 
ได้มีการบูรณะอาคารและปราสาทครั้งใหญ่โดยยังคงรักษารูปแบบเดิมไว้อย่างน่าชื่นชมจากประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน มีความสำคัญและโดดเด่นในการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า ทำให้องค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนเมืองคลุมมลอฟให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ.1992
ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก HOTEL THE OLD INN หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 5  เชสกี้คลุมลอฟ–ปราสาทคลุมลอฟ–กรุงปราก–ปราสาทปราก–เขตเมืองเก่า–ช้อปปิ้ง 

เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม 
เดินเที่ยวชมเมืองโดยรอบ ชมจตุรัสกลางเมืองที่สวยงาม ปราสาทปรากมีห้องต่างๆ ถึง 40 ห้องลานปราสาท 5 แห่งและอุทยานอีก 1 แห่งที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา 
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลาว่าการเมืองอันเก่าแก่และยังคงใช้อยู่จนกระทั่งปัจจุบัน ให้ท่านได้ถ่ายรูปที่ระลึกภายนอกของ “ปราสาทคลุมลอฟ” ซึ่งเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจ าก
ชมทัศนียภาพของตัวเมืองจากลานหน้าอุทยาน ภาพที่ท่านเห็นคือบ้านเรือนหลังเล็กหลังน้อยหลังคาสีส้มเรียงรายกันเป็นกระจุกๆ เหมือนบ้านตุ๊กตาที่สวยงามยิ่งนัก 

ได้เวลาอันสมควรนำคณะเดินทางสู่ กรุงปราก พร้อมชมความสวยงามของวิวทิวทัศน์ของทุ่งหญ้าอันเขียวขจี ทุ่งดอกเรบซีดสีเหลืองอร่าม และหมู่บ้านชนบทอันเงียบสงบ ตลอดเส้นทางการเดินทางจนกระทั่งเข้าสู่ “กรุงปราก” เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ค ซึ่งตั้งอยู่ริมสองฟากฝั่งแม่น้ำวัลตาวา จากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงปราก นำคณะเข้าชมความยิ่งใหญ่ของ “ ปราสาทปราก ” ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.885โดยเจ้าชายบริโวจเดิมในสมัยกลางเคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์สมัยต่างๆ ในจักรวรรดิโบฮีเมีย ปัจจุบันนี้ได้ถูกใช้เป็นทำเนียบรัฐบาลและเป็นที่พำนักของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเช็ค นำคณะเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางของปราสาทที่แวดล้อมไปด้วยโบราณสถานเก่าแก่อายุกว่า650ปี นำท่านเข้าชมความใหญ่โตโอ่อ่าของ “ มหาวิหารเซนต์วิตัส ” โบสถ์เก่าแก่สไตล์โกธิกที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1929 เป็นมหาวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งของชาวเช็กฯ ทุกคนเนื่องจากใช้เป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์พระองค์ต่างๆ อีกทั้งยังเป็นที่เก็บมงกุฎเพชรที่ทำขึ้นในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4  จากนั้นเดินชมอดีต “ หมู่บ้านช่างทอง ”  เป็นสถานที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ภายในหมู่บ้านแห่งนี้หน้าบ้านแต่ละหลังไม่มีบ้านเลขที่บ้านหากแต่ใช้สัญลักษณ์ต่างๆแทนเลขที่บ้าน นับว่าเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เดินทางข้าม  “สะพานชาร์ลส์” 
สะพานสัญลักษณ์ของเมืองที่สร้างข้ามแม่น้ำวัลตาวาในช่วงศตวรรษที่14ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิก 
ตลอดราวสะพานมีประติมากรรมหินทรายรูปปั้นของนักบุญต่างๆ ถึง 30 รูปซึ่งมีความงดงามและไม่ซ้ำแบบ สัมผัสเหล่าศิลปินที่นำผลงานมาแสดงอยู่ริมสองข้างสะพาน นำท่านเที่ยวชม “จัตุรัสเมืองเก่าสตาเรเมสโต” สถานที่นัดพบของชาวปราก  บริเวณโดยรอบล้วน  เป็นอาคาร และวิหารเก่าแก่อายุกว่า 600 - 700 ปี ที่มีความงดงามโดดเด่น ชม “อนุสาวรีย์ยานฮุส” ผู้นำฝ่ายปฏิรูปศาสนาซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกนอกรีต ถูกเผาทั้งเป็นโดย ผู้ปกครองของฝ่ายคริสต์ศาสนจักรโรมันคาทอลิค และ “หอนาฬิกาดาราศาสตร์”  ที่ทุกๆ 1 ชั่วโมงจะมีตุ๊กตาสาวกพระคริสต์ (12 Apostles) ออกมาเดินผ่านหน้าต่างเล็กๆ ด้านบน หอคอยจนครบ 12 องค์ บริเวณใกล้เคียงกันนี้ยังเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวยิวที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรปหลัง มีเวลาให้คณะได้เดินเล่นช้อปปิ้งสินค้าที่ระลึกพื้นเมืองไตล์เช็ค และโบฮีเมียน อาทิเช่น เครื่องแก้วสีต่างๆ ตุ๊กตาหุ่นกระบอก ,งานผ้าปักรวมถึงชิ้นงานแกะสลักต่างรูปแบบ ฯลฯ

ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก  HOTEL INTERNATIONAL PRAGUE หรือระดับเทียบเท่า 

วันที่ 6 ปราก – บราติสลาวา – ปราสาทบราติสลาวา – บูดาเปสต์ (ฮังการี)  

เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง 
เดินทางสู่  บราติสลาวา (BRATISLAVA) นครหลวงแห่งสาธารณรัฐสโลวาเกีย 
เมืองบราติสลาวาเป็นเมืองหลวงที่มีอาณาเขตติดต่อกับ2ประเทศ คือออสเตรียและฮังการี เป็นเมือง เป็นที่ตั้งของรัฐสภา, มหาวิทยาลัย,  พิพิธภัณฑ์ รวมทั้งโรงละครอันเก่าแก่ นำท่านชมเมืองในเขตจตุรัสใจกลางเมืองอันเป็นที่ตั้งของทำเนียบประธานาธิบดี นำท่านชมภายนอก 
ปราสาทแห่งกรุงบราติสลาวา ตัวอาคารมีหอคอยสูง 80 เมตร ทั้ง 4 ด้าน ผสมผสานไปด้วยศิลปะแบบโกธิค,เรเนอซองส์ และบารอค ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขาเบเธียนเหนือลุ่มแม่น้ำดานูบ ท่านสามารถชมวิวของตัวเมืองได้กว้างไกลสุดสายตา นำคณะเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศเดินทางข้ามพรมแดนสู่ประเทศฮังการี “บูดาเปสต์”(Budapest) 
เป็นนครหลวงของประเทศฮังการีที่รวมเอาสองเมืองเข้าด้วยกัน คือเมือง "บูดา" กับเมือง "เปสต์" รวมกันเมื่อปี 1873 บูดาเปสต์นั้นได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่มีความงดงามติดอันดับโลก จนได้รับสมญานามว่า “บูดาเปสต์ 
ไข่มุกแห่งแม่น้ำดานูบ” ด้วยเพราะทัศนียภาพบนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ (Danube) หรือที่คนฮังกาเรียนเรียกขานว่า ดูนา (Duna) เป็นแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านกลางเมือง ทางทิศตะวันตกของแม่น้ำดานูบ
มีภูมิประเทศเป็นเนินเขาสลับซับซ้อนเรียกว่าฝั่งบูดา (Buda) 
เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมโบราณและศิลปวัฒนธรรมอันเก่าแก่ ส่วนฝั่งเปสต์ (Pest) มีลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นราบ เป็นย่านธุรกิจการค้าที่สำคัญของเมือง 

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น  บริการอาหาร มื้อพิเศษ! “กูลาชปาร์ตี้” 

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก  MERCURE BUDAPEST BUDA HOTEL หรือระดับเทียบเท่า 

วันที่ 7 บูดาเปสต์ - มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น – อนุสาวรีย์แห่งสหัสวรรษ  คาสเซิ่ลฮิลล์ – ป้อมฟิชเชอร์แมนบาสเตียน

เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม
ล่องเรือแม่น้ำดานูบ – เวียนนา (ออสเตรีย)นำคณะเดินทางผ่านชุมชนโรมันโบราณขึ้นไปยัง “คาสเซิ่ลฮิลล์”
Castle Hill ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับคฤหาสน์ของกษัตริย์ และโบราณสถาน ซึ่งยังมีร่องรอยบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีตชม “ป้อมปราการฟิชเชอร์แมนบาสเตียน” ที่สะท้อนประวัติศาสตร์การสร้างชาติฮังกาเรียน 
สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงความกล้าหาญของชาวประมงผู้เสียสละชีวิตปกป้องบ้านเมืองในตอนที่ถูกพวกมองโกลรุกราน
ในปี ค.ศ. 1241-1242 และบริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของ “โบสถ์แมทเทียส” เป็นโบสถ์สำคัญของเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลก” สร้างด้วยสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ ที่โดดเด่นด้วยยอดโบสถ์อันงดงาม เคยใช้เป็นที่จัดพิธีสวมมงกุฎแด่กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์นำคณะชม “อนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่น” ปฐมกษัตริย์ของชาวแมกยาร์ 
จากนั้นเดินทางต่อสู่ “จัตุรัสวีรบุรุษ” สถานที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง วีรบุรุษผู้กอบกู้ชาติ และยังใช้ในพิธีสวนสนามของทหารฮังการี จากนั้นให้คณะถ่ายรูปด้านนอกของ “มหาวิหารเซนต์ สตีเฟ่น” นำคณะลงเรือ “ล่องแม่น้ำดานูบ” แม่น้ำสายโรแมนติค มนต์เสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย ซึ่งนอกจากจะแบ่งประเทศฮังการีทั้งประเทศแล้ว ยังได้แบ่งนครหลวงแห่งนี้ออกเป็น 2 ซีกด้วย ภายในตัวนครหลวงทั้งสองฝั่งมีสะพานที่สร้างอย่างงดงามทอดข้ามแม่น้ำดานูบเชื่อมติดต่อระหว่างนครหลวงทั้งสองฝั่งเป็นจำนวน 8 แห่งนครหลวง ส่วนหนึ่งตั้งอยู่ในบริเวณย่านภูเขาที่เป็นฉากธรรมชาติประดับตัวนครให้เป็นภาพอันน่าประทับใจ เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของธรรมชาติ และเรือแล่นผ่าน “อาคารรัฐสภา” 
เป็นอาคารแบบนีโอโกธิคที่โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ และได้รับการยกย่องว่าเป็นอาคารรัฐสภาที่สวยที่สุดในยุโรป ตลอดจนอาคารบ้านเรือนและความเป็นอยู่ของผู้คนสองฟากฝั่งแม่น้ำดานูบในยามเช้าของ กรุงบูดาเปสต์ยามบ่าย... 
จากนั้นอิสระทุกท่านเดินเลือกซื้อสินค้าในย่านถนนคนเดิน ซึ่งเต็มไปด้วยสินค้าพื้นเมืองและสินค้าแบรนด์เนม 
ต่างๆมากมายและมีเวลาให้คณะได้ช้อปปิ้งสินค้าที่ระลึกพื้นเมืองฮังกาเรียน อาทิเช่น ผ้าลูกไม้, ผ้าปัก, เครื่องแก้ว, ไข่ระบายสี ฯลฯ

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

นำท่านผ่านชม “กรุงเวียนนา”  เป็นเมืองหลวงของประเทศออสเตรียเวียนนาเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในออสเตรียเป็นศูนย์กลางทั้ง เศรษฐกิจและการปกครอง มีแม่น้ำดานูบไหลผ่าน เป็นเมืองประวัติศาสตร์ซึ่งราชวงศ์ฮับส์บวร์ก เป็น 
ราชวงศ์ที่มีบทบาทเด่นที่สุดในประเทศ เวียนนาเป็นเมืองที่ได้รับการขนานนามว่า เป็นเมืองที่มั่งคั่งด้วยศิลปะและการดนตรีระดับโลกชื่อเสียงนี้เป็นผลมาจากนักประพันธ์บทเพลงวอลท์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้ใช้ช่วงชีวิตที่เวียนนาและสร้างผลงานฝากไว้ที่นี่  เช่น โวล์ฟกัง อมาเดอุส โมซาร์ท และ ลุดวิก ฟันเบโธเฟ่น เริ่มต้นจากเข้าสู่ “ถนนวงแหวน ” Ring Strasse ผ่านชม โรงอุปรากร (โอเปร่าเฮาส์), พระราชวังฮอฟบวร์ก , อาคารรัฐสภา, ศาลาว่าการ, มหาวิทยาลัยเวียนนา,โบสถ์ประจำเมือง, ศาลสูง ฯลฯ ให้ท่านได้ผ่อนคลายกับการเดินเล่นใน “สวนสาธารณะสตัดปาร์ค” สวนสาธารณะอันร่มรื่นใจกลางเมือง เป็นที่ตั้งของ “อนุสาวรีย์ โยฮันสเตร้าส์ จูเนียร์ ” Johann Strauss ศิลปินที่มีชื่อเสียงก้องโลก เจ้าของบทเพลงอมตะ By the beautiful blue Danube  นำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านกรีนซิ่ง หมู่บ้านพื้นเมืองที่มีชื่อเสียงในเรื่องการทำไวน์สด

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง หมู่บ้านบ้านกรีนซิ่ง 

จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก  ARION CITY HOTEL VIENNA หรือระดับเทียบเท่า

วันที่ 8 เวียนนา–ระราชวังเชิร์นบรุนน์–โบสถ์เซนต์สตีเฟน-ช้อปปิ้งย่านถนนคาร์ทเนอร์–สนามบิน

เช้า รับประทานอาหาร ณ โรงแรม

นำคณะเข้าชมความสวยงามภายใน “พระราชวังเชินบรุนน์” 
พระราชวังฤดูร้อนอันยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ฮัปสบวร์กที่ถูกสร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 17 โดยพระประสงค์ของ “ พระนางมาเรียเทเรซ่า ” จักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิโรมันที่ตั้งพระไทว่า จะสร้างพระราชวังแห่งนี้ให้มีความงดงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ในกรุงปารีส  ด้านหลังของพระราชวังในอดีตเคยใช้เป็นที่ล่าสัตว์ปัจจุบันได้ตกแต่งเป็นสวน และ น้ำพุอย่างสวยงาม อันเป็นที่มาของชื่อพระราชวังเชินบรุนน์ ในอดีตนั้นพระราชินีฝรั่งเศส มารีอังตัวเนต ได้เคยใช้ชีวิตช่วงวัยเด็ก ณ พระราชวังแห่งนี้ และ โมสาร์ทยังเคยมา บรรเลงดนตรี จักพรรดินโปเลียนเคยได้เสด็จมาประทับอยู่กับพระราชโอรสของพระองค์ สัมผัสความงามอันวิจิตรตระการตาภายในห้องต่างๆ อาทิ ห้องทรงงาน, ห้องบรรทม, ห้องแกลลอรี่, ห้องมิลเลี่ยน, ไชนีสรูม ห้องบอลลูม ใช้จัดงานเต้นรำ หรือแสดงดนตรี ปัจจุบันยังมีการใช้งานอยู่เป็นครั้งคราวฯลฯ ท่ามกลางอุทยานสวนดอกไม้นานาพันธุ์

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารไทย

จากนั้นนำคณะเดิน ทางเข้าสู่ “ถนนคาร์ทเนอร์” ย่านถนนการค้าที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง 
มีห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ มากมาย  เชิญท่านเลือกซื้อหาของฝากจากออสเตรีย อาทิเช่น เครื่องแก้วเจียระไน, คริสตัล ของที่ระลึก และ สินค้าแบรนด์เนมชื่อดังของยุโรป พร้อมชม “โบสถ์เซนต์สตีเฟน” (St.Stephen Cathedral) เป็นโบสถ์เก่าแก่สร้างในศิลปะโกธิกตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 ถือเป็นโบสถ์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศออสเตรีย  ส่วนที่โดดเด่นที่สุดของโบสถ์นี้คือหอคอยทางทิศใต้ที่มีความสูงถึง 136.7 เมตร ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 75 ปี และสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1433 วิวจากยอดหอคอยแห่งนี้สามารถมองเห็นเวียนนาได้รอบด้าน (อิสระอาหารเย็น ณ แหล่งช้อปปิ้ง) สมควรแก่เวลา เดินทางสู่สนามบิน

20.15 / 23.20  น. ออกเดินทางจากกรุงเวียนนา โดยสายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ OS15 / OS25

วันที่ 9 กรุงเทพฯ 

11.25 / 14.20 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
   
Current Pageid = 147