Hot line  
     02-9423250-3

     081-3527273
 





 
 
 









 









     
     



 
     
รายละเอียดการเดินทาง
วันแรก สนามบินสุวรรณภูมิ
21.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น4 เคาน์เตอร์ G สายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์ พบเจ้าหน้าที่ คอยให ้การต้อนรับพร้อมอํานวยความสะดวกแก่ท่าน
23.45 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย โดยสายการบิน “ออสเตรียน แอร์ไลน์” เที่ยวบินที่ OS 026 (ใชเวลาบิน 10.50 ช.ม.)

วันที่สอง ซาเกรบ – ชมเมืองเก่าซาเกรบ – โอพาเทีย
05.35 น. เดินทางถึง กรุงเวียนนา เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
07.00 น. ออกเดินทางสู่ กรุงซาเกรบ ประเทศโครเอเชีย เที่ยวบินที่ OS 681 (ใชเวลาบิน ประมาณ 50 นาที)
07.50 น. เดินทางถึง สนามบิน Pleso International Airport หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง พร้อมรับสมภาระเรียบร้อยนําท่านเดินทางโดยรถโคชปรับอากาศสู่ กรุงซาเกรบ (Zagreb) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าพันปีผ่านจัตุรัสที่มีรูปปั้นของนายพล “บาน โจซฟ เจลาซิคิ ” ที่ เป็นวีระบุรุษของประเทศ ต่อด้วย เดินชมเขตเมืองเก่าตอนบนและตอนล่าง ที่เชื่อมกันด้วยรถราง Funicular ที่มีความยาวสั้นที่สุดในยุโรป นําท่านนั่งรถรางสู่ เมืองตอนบน ของกรุงซาเกรบ ผ่านชมประตูเมืองเก่า ป้อม ปราการโบราณและโบสถ์เซนต์มาร์ก ที่ตั้งอยู่ในเขตที่ทําการรัฐบาล โดยโบสถ์แห่งนี้มีหลังคาที่ โดดเด่น ไม่ซ้ำใคร

นําท่านเดินชมเมืองตอนบนผ่าน ประตูหิน (Stone Gate) ที่เคยเหตุการณ์ไฟไห้มในอดีต แต่ มีรูปของพระแม่มารียังคงเหลืออยู่เพียงสงเดียวเป็นความมหัศจรรย์ที่รูปของพระแม่มารีไม่โดน ไฟไหม ้ ทําให ้ปัจจุบันชาวพื้นเมืองนิยมมาไห้วบูชาหรือขอบคุณกับสิ่งปาฏิหาริย์ ที่เคยขอแล้วได้ดั่งที่ต้องการ สังเกตจากแผ่นหินที่ติดโดยรอบ จะสลักคําว่า “HVALA” ที่แปลว่า ขอบคุณ ในภาษาท้องถิ่น
จากนั้นนําท่านชมตลาดกลางเมือง (Dolac Market) ตลาดกลางแจ้งที่เก่าแก่ที่มี สีสันสดใส ขายไม้ดอกไม้ประดับ, ผลไม้ราคาถูกและผ้าลูกไม้สวยแบบต่างๆ จนได้เวลาอันสมควร นําท่านเข้าชมภายใน มหาวิหาร เซนต์ สตีเฟ่น โบสถ์คาทอลิกประจําเมืองซาเกรบ พร้อมรับฟังเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของโบสถ์ เชญท่านอิสระตามอัธยาศัยกับการ เลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึกในย่านการค้า

เที่ยง : รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
บ่าย : นําท่านออกเดินทางโดยรถโคชปรับอากาศสูภาคตะวันตกของประเทศโครเอเชีย แค้วน “อิสเตรีย” (Istria) เมืองแรกที่นําท่านเยี่ยมชมคือ เมือง โอพาเทีย (Opatija) เมืองที่มีสมญานามว่า “ไข่มุกแห่งทะเลอาเดรียติก”  ด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์ประกอบกับอยู่ริมทะเลอาเดรียติก ที่มีวิลล่า หรูหราสไตล์ออสเตรีย จึงทําให้โอพาเทีย เป็นเมืองท่องเที่ยวและพักผ่อนที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่ง ของโครเอเชีย
นําท่านชมตัวเมือง แวะถ่ายรูปกับรูปปั้น นางแห่งนกนางนวล (Maiden with the Seagull) ซึ่งเป็นรูปปั้นที่แกะโดย ZVONKO CAR เป็นรูปสตรีงดงามที่มีนกนางนวลเกาะ อยู่ที่มือ ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งเมือง มีเวลาอิสระตามอัธยาศัยให ้ท่านได ้เดินชมเมืองโอพาเทีย

คํ่า รับประทานอาหารคํ่า ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
นําท่านเข้าสู่โรงแรมที่พักระดับ 5 ดาว หรือ เทียบเท่า

วันที่สาม โอพาเทีย – พูล่า – แอมฟิเธียเตอร์ – โรวินจน์– โบสถ์อุฟเฟเมีย
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นําท่านเดินทางสูเมือง ่ “พูล่า” (Pula) ระหว่างทางผ่านชมท้องทะเลสครามสวยงามที่สุดโดยตรงข้ามจะมีเกาะใหญ่ 2 เกาะคือ เกาะ KRK ซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศโครเอเชีย และ เกาะ CRES โดยเมือง พูล่า หรือ โพล่า ในภาษาอิตาเลี่ยน เป็นเมืองเก่าแก่ ที่สุดแห่งหนึ่งที่มีความโดดเด่นในฐานะศูนย์กลางของคาบสมุทรอิตาเลียน เมืองพูล่าเคยเป็น เมืองเป็นศูนย์กลางของแหลมอิสเตรีย และเคยเป็นดินแดนของประเทศอิตาลีมาก่อน ทําให้มีผู้คนใชภาษาอิตาเลี่ยน กันอย่างแพร่หลายแม้กระทั่งตามป้ายจราจรยังคงมีภาษาอิตาเลี่ยนเขียน กํากับไว้
เข้าชมสิ่งก่อสร้างในสมัยโรมันที่ใหญ่ ที่ยังคงเหลือเป็นอนุสรณ์และสิ่งสำคัญที่สุดคือ สนาม พูล่า อารีน่า (PULA Arena) หรือ AMPHITHEATER สนามกีฬากลางแจ้ง ที่มีอายุรุ่นราว คราวเดียวกับโคลอสเซี่ยม ที่กรุงโรม นับเป็นอารีน่าที่ใหญ่เป็นอันดับหกที่สร้างขึ้นในยุคโรมันเรืองอํานาจ จึงถูกสร้างขึ้นตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมโรมันอย่างเดียวกับโคลอสเซยมของกรุงโรม สามารถจุผู้คนได ้ถึง 22,000 คน โดยผ่านทางเข้าออก 20 ช่องทาง อารีน่าที่เห็นในปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ให้คงสภาพเดิม ในปัจจุบันมักใชเป็นสถานที่จัดงานกิจกรรมกลางแจ้ง เทศกาลดนตรีต่างๆ รวมทั้งเป็นสถานที่จัดงานภาพยนตร์ประจําปี (International Film Festival) อีกด้วยจากนั้น นําท่านเดินทางสู่ โรวินจ์ (Rovinj) ระยะทาง 40 กิโลเมตร เมืองสวยชายทะเลที่ตั้งอยู่บน แหลมอีสเตรีย ดินแดนแห่งนี้ถูกปกครองโดยเวเนเชี้ยน และอยู่ภายใต้การปกครองของอิตาลีมาก่อน ทําให้สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมของเมืองนี้มีความคล้ายคลึงกับอิตาลีเป็น อย่างมาก

เที่ยง : รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย : นําท่านเดินชม เมืองโรวินจ์ที่สวยงาม ชมอาคาร บ้านเรือนและตรอก ซอกซอยขนาดเล็ก ที่พื้น ปูด้วยหินก้อนเล็กก้อนน้อย โรวินจน์เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยร้านจําหน่ายของที่ระลึก ,ร้านกาแฟ และร้านอาหารต่าง ๆ มากมาย เดินชม โบสถ์ St. Euphemia ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา โบสถ์สไตล์ บาร็อคที่มียอดโบสถ์สูงถึง 61 เมตร และถือได้ว่าเป็นยอดโบสถ์ ทีสูงที่สุดของแคว้น ชมเขตเมืองเก่า ที่เต็มไปด้วยความงดงามของตึกรามบ้านช่องที่เรียงเป็นแนวยาวในตรอกเล็กๆ ริมชายฝั่งทะเลอาเดรียติก ซึ่งบริเวณเมืองเก่าแห่งนี้มีลักษณะเป็นเกาะแยกตัวออกมาจาก แผ่นดินใหญ่ แต่ได้มีการถมทะเลเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่เพื่อความสะดวกในการเดินทาง จากนั้นมีเวลาให ้อิสระเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย นําท่านเดินทาง กลับสู่ เมืองโอพาเทีย
คํ่า รับประทานอาหารคํ่า ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง 
นําท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก ระดับ 5 ดาว หรือ เทียบเท่า

วันที่สี่ โอพาเทีย – อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (UNESCO)
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นําท่านออกเดินทางโดยรถโคชปรับอากาศสู่ อุทยานแห่งชาติ พลิตวิเซ่ (ใชเวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)โดยระหว่างทาง ท่านจะได้เดินทางบนเส้นทางเลียบชายฝั่งริมทะเลอาเดรียติกที่สวยงาม เส้นทาง Unseen ที่มีวิวทิวทัศน์ของเกาะแก่งน้อยใหญ่ คล้ายเป็นก้อนนํ้าแข็ง ขนาดใหญ่กลางทะเล เนื่องจากความแรงของลมบริเวณนี้ทําให้ไม่มีต้นไม้ต่าง ๆ บนเกาะแก่ง เหล่านี้ ไล่ตั้งแต่ชวงบริเวณเมือง “โนวี่ วิโนโดลสกี้” ต่อเนื่องจนถึงเมือง “เซนจ์” ชมวิว เพลิดเพลินจนเดินทางข้ามเขตผ่านป่าเขาและทุ่งหญ้าผ่านเมืองออกโตกักและเข้าสู่เขตอุทยานแห่งชาติพลิทวิเซ่ซึ่งเป็นอุทยานแห่งสวรรค์ที่มีชื่อเสียงของประเทศโครเอเชีย อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ เป็นอุทยาน แห่งชาติ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO เมื่อ ปี 1979 อุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 29,482 เฮคเตอร์ พื้นที่สวนใหญ่ปกคลุมด้วยนํ้ามีทะเลสาบสีเขียวมรกตและสีฟ้า รวมกันถึง 16 ทะเลสาบ เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินสะพานไม้ลัดเลาะระหว่างทะเลสาบและเนินเขา

เที่ยง : รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย : นําท่านเพลิดเพลินเดินชมความงามของทะเลสาบและนํ้าตกที่ไหลรวยรินลงสูทะเลสาบทั่วทุก หนทุกแห่ง ชมฝูงปลาแหวกว่ายในสระนํ้าใสราวกระจกสะท้อนสครามของท้องฟ้า แวดล้อมด้วยหุบเขา ต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่น (การเดินเที่ยวใน อุทยานขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในวันนั้นๆ)
นําท่าน ล่องเรือข้ามทะเลสาบ KOZJAK ซงเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานและเป็นทะเลสาบที่ เชื่อมระหว่างอุทยานตอนบนและอุทยานตอนล่าง เพลิดเพลินกับธรรมชาติบริสุทธิ์ ความสวยงามของอุทยานแห่งชาติพลิทวิเซ่จะเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล โดยแต่ละฤดูกาลจะมีความสวยงาม ของธรรมชาติโดดเด่นแตกต่างกันโดยยากที่จะตัดสินได้ว่าฤดูกาลใดสวยงามที่สุด

วันที่ห้า พลิตวิเซ่ – โทรเกียร์(UNESCO) – สปลิท – พระราชวังดิโอเคลเชยน ี่ (UNESCO)
เช้ารับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พักนําท่านเดินทางจากพลิทวิเซ่ ตอนกลางของประเทศโครเอเชีย สู่แค้วน “ดามาเชยี ” แค้วนทาง ตอนใต้ที่มีลักษณภูมิอากาศและภูมิประเทศแบบเมดิเตอร์เรเนียนขนานแท้
หากใครเคยได้ยินชื่อหรือรู้จักสุนัขพันธุ์ “ดามาเชี่ยน” คือต้นกําเนิดของสุนัขพันธุ์นี้คือที่นี่เอง
นําท่านเดินทางสูเมือง ่ “โทรเกียร์” (Trogir) เมืองสวยที่เป็นมรดกโลก ระหว่างทางผ่านชม เมืองที่มีสภาพเป็นเกาะอยู่โดดเดี่ยวสวยงามมีชอเสียงของโครเอเชีย คือ เมืองพรีโมสเตน ซึ่งเป็นเมืองเล็กที่สวยงามและเป็นเกาะเล็กๆ ในสมัยก่อนมีคนยกย่อง ให้ชาวเมืองนี้เป็น ชาวเมืองที่มีความอดทนมาก ต่อการใช้ชีวิตเนื่องจากภูมิประเทศเป็นภูเขาหินแต่ยังอุตส่าห์ปลูกพืชและทําการเกษตรกรรม จากนั้นเดินทางต่อสูเมืองโทรเกียร

Current Pageid = 153